Terms of Service - Sundae Cloud (SundaeVPS)

อัปเดตล่าสุด: 21 กุมภาพันธ์ 2569

1.บททั่วไปและการยอมรับข้อตกลง

1.1 คู่สัญญา

  • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ จัดทำขึ้นและมีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่าง “SUNDAE VPS” (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้บริการ”) และบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำการสมัครและเปิดใช้บริการ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”)

    1.2 การยอมรับเงื่อนไขโดยสมบูรณ์

  • การที่ผู้ใช้บริการทำการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้, ชำระเงินค่าบริการ, หรือเริ่มต้นเข้าใช้งานระบบของ SUNDAE VPS ถือเป็นการแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งว่า ผู้ใช้บริการได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงยอมรับเงื่อนไข ข้อกำหนด นโยบายการคืนเงิน และนโยบายการใช้งาน (TOS) ทั้งหมดอย่างครบถ้วนโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

    1.3 ความสามารถทางกฎหมาย

  • ผู้ใช้บริการรับรองว่าตนเองเป็นผู้มีอายุครบเกณฑ์ที่สามารถทำนิติกรรมสัญญาได้ด้วยตนเองตามกฎหมาย หรือได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมแล้วในกรณีที่เป็นผู้เยาว์

    1.4 การเปลี่ยนแปลงข้อตกลง

  • ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการนี้ได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหรือข้อกฎหมาย โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ทราบผ่านทางหน้าเว็บไซต์ อีเมล หรือประกาศในระบบ การที่ผู้ใช้บริการยังคงเข้าใช้บริการต่อไปภายหลังจากการเปลี่ยนแปลง ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับข้อตกลงฉบับปรับปรุงใหม่นั้นโดยปริยาย

    1.5 สิทธิ์เด็ดขาดในการให้บริการและยกเลิกบริการ

  • ผู้ให้บริการมีสิทธิ์เด็ดขาดในการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธการขอเปิดใช้บริการของบุคคลใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผล และ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับ (Suspend) หรือยกเลิก (Terminate) การให้บริการ พร้อมทั้งลบข้อมูลออกจากระบบทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่มีการคืนเงินค่าบริการในทุกกรณี หากตรวจพบว่าผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมละเมิดข้อตกลงการใช้บริการนี้แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง

2. บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัย

2.1 ความถูกต้องของข้อมูลและการยืนยันตัวตน

  • ผู้ใช้บริการต้องระบุข้อมูลที่ใช้ในการลงทะเบียน (เช่น ชื่อ-นามสกุล, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์) ตามความเป็นจริงและเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเสมอ ห้ามใช้อีเมลชั่วคราว (Disposable Email) หรือข้อมูลปลอมในการสมัคร

  • เพื่อป้องกันการทุจริตและการฟอกเงิน ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกขอเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองบริษัท) ในกรณีที่พบธุรกรรมต้องสงสัย หากผู้ใช้บริการปฏิเสธการให้ข้อมูล หรือตรวจพบว่าใช้ข้อมูลเท็จ ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ระงับและยกเลิกบริการ พร้อมทั้งลบข้อมูลและยึดเครดิตคงเหลือทั้งหมดทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

    2.2 ความรับผิดชอบต่อกิจกรรมในบัญชี

  • ผู้ใช้บริการตกลงและยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อ “ทุกกิจกรรม”, “ทุกปริมาณการใช้งาน”, และ “เนื้อหาทั้งหมด” ที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีและ Instance ของตนเอง รวมถึงความปลอดภัยในการเข้าถึง Control Panel และระบบปฏิบัติการ (OS) ภายใน Instance

  • กรณีผู้ใช้บริการทำข้อมูลรั่วไหล หรือตั้งรหัสผ่านหละหลวม แล้วบัญชีผู้ใช้หรือ Instance ถูกเข้าถึงโดยมิชอบ, ถูกขโมยรหัสผ่าน, หรือถูกนำไปใช้กระทำผิดกฎการใช้บริการ อันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ใช้บริการเอง (เช่น การตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาง่าย, การติดมัลแวร์ที่เครื่องส่วนตัว, การแชร์รหัสผ่านให้ผู้อื่น, หรือการตั้งค่าความปลอดภัยของ Instance หละหลวม) ผู้ให้บริการจะถือว่าผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ระงับบริการทันที โดยผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้เหตุผลว่า “โดนแฮ็ก” หรือ “ไม่ได้เป็นคนทำ” เพื่อขอรับเงินคืน หรือขอให้ปลดล็อกการระงับบริการได้

  • ผู้ให้บริการจะรับผิดชอบชดเชยความเสียหาย เฉพาะในกรณีที่พิสูจน์ได้แน่ชัดว่า การเข้าถึงบัญชีโดยมิชอบหรือข้อมูลรั่วไหลนั้น เกิดจากความบกพร่องร้ายแรงของระบบรักษาความปลอดภัยของตัวผู้ให้บริการเอง หรือการกระทำโดยเจตนาของพนักงานของผู้ให้บริการเท่านั้น ทั้งนี้ การชดเชยค่าเสียหายสูงสุดจะถูกจำกัดวงเงินไว้ ไม่เกินมูลค่าค่าบริการที่ผู้ใช้บริการได้ชำระจริงในรอบการใช้งาน ที่เกิดเหตุดังกล่าวเท่านั้น และจะไม่ครอบคลุมถึงค่าเสียหายต่อเนื่องทางธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น

    2.3 การรักษาความปลอดภัยของรหัสผ่าน

  • ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องรักษารหัสผ่าน, Private Key, และข้อมูลการเข้าถึงระบบไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด และควรตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก รวมถึงเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ

  • ผู้ให้บริการไม่มีนโยบายสอบถามรหัสผ่านของผู้ใช้บริการ และ ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียของข้อมูล หรือความเสียหายทางธุรกิจใด ๆ ที่เกิดจากการที่รหัสผ่านของผู้ใช้บริการรั่วไหล หรือการเข้าถึงระบบโดยบุคคลที่สาม

2.4 การติดต่อและการรับการแจ้งเตือน

  • ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูล อีเมล (Email) และ เบอร์โทรศัพท์มือถือ (Mobile phone Number) ที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถติดต่อได้จริงทั้งสองช่องทาง เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร การยืนยันตัวตน และการรับการแจ้งเตือนจากระบบ

  • หากผู้ให้บริการได้ทำการส่งการแจ้งเตือนที่สำคัญ (เช่น แจ้งเตือนยอดเงินคงเหลือ, การระงับบริการ, การละเมิดข้อตกลง หรือปัญหาด้านลิขสิทธิ์) ไปยังอีเมล หรือส่งข้อความ (SMS) ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผู้ใช้บริการได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลและข้อความนั้นอย่างสมบูรณ์แล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

  • กรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ได้รับการแจ้งเตือนอันเนื่องมาจากสาเหตุฝั่งผู้ใช้บริการเอง เช่น กล่องจดหมายเต็ม, อีเมลตกอยู่ในโฟลเดอร์ขยะ, พิมพ์อีเมลผิด, การตั้งค่าบล็อกข้อความ, เปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์โดยไม่เข้ามาอัปเดตข้อมูลในระบบ, หรือไม่สามารถติดต่อเบอร์โทรศัพท์นั้นได้ ผู้ให้บริการจะ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือผลกระทบใด ๆ ที่ตามมาทั้งสิ้น

    2.5 การห้ามโอนสิทธิ์บัญชี

  • บัญชีผู้ใช้งานและเครดิตคงเหลือ ถือเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้ลงทะเบียน ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการซื้อ ขาย โอน หรือมอบสิทธิ์การใช้งานบัญชีของตนให้แก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด

3. นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้

ผู้ใช้บริการตกลงและยอมรับว่า จะใช้บริการ Cloud/VPS ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ผู้ให้บริการมีจุดยืนในฐานะ “ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน” และขอสงวนสิทธิ์ขั้นเด็ดขาดในการระงับ (Suspend) หรือยกเลิกบริการ (Terminate) ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่มีการคืนเงินในทุกกรณี หากตรวจพบว่าผู้ใช้บริการมีการกระทำที่เข้าข่ายดังต่อไปนี้

3.1 ความรับผิดชอบต่อเนื้อหา

  • ข้อมูล เนื้อหา สคริปต์ และแอปพลิเคชันทั้งหมดที่อยู่ภายใน Instance ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว ผู้ให้บริการไม่มีส่วนรู้เห็นหรือมีหน้าที่ในการตรวจสอบเนื้อหาภายใน (Unmanaged Service)

  • หากเนื้อหาของผู้ใช้บริการละเมิดกฎหมาย ผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายทางแพ่งและอาญาทั้งหมด โดยผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการส่งมอบข้อมูล (Log/Data) ทันทีที่มีหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตผู้ใช้บริการ

    3.2 ข้อห้ามร้ายแรงด้านความมั่นคง

  • ห้ามใช้บริการนี้ในการจัดเก็บ เผยแพร่ อ้างอิง พาดพิง ดูหมิ่น หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือเนื้อหาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

3.3 สิ่งผิดกฎหมาย การพนัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และสื่อลามกอนาจาร

ห้ามใช้บริการเพื่อโฮสต์ จัดเก็บ ประมวลผล หรือส่งต่อข้อมูลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้โดยเด็ดขาด

  • การพนันออนไลน์: เว็บไซต์คาสิโน, สล็อต, พนันฟุตบอล, หวยใต้ดิน หรือแอปพลิเคชัน/สคริปต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกรูปแบบ (ไม่ว่าจะถูกกฎหมายในประเทศอื่นหรือไม่ก็ตาม)
  • การหลอกลวง: เว็บไซต์แอบอ้างเป็นธนาคาร, องค์กร, หรือบุคคลอื่นเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล, เว็บไซต์แชร์ลูกโซ่ หรือการฉ้อโกงทุกประเภท
  • การละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ครอบคลุมทุกรูปแบบ (Copyright & IP Infringement): ห้ามจัดเก็บหรือเผยแพร่ผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกประเภท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:
    • สื่อบันเทิง: เว็บไซต์ดูหนัง/สตรีมมิ่งเถื่อน, เพลง, ไฟล์เสียง, คลิปวิดีโอ, และรูปภาพ
    • ซอฟต์แวร์และข้อมูล: โปรแกรมเถื่อน, ซอร์สโค้ด, โมเดล 2D/3D, สื่อสิ่งพิมพ์/E-book, ฐานข้อมูล, หรือชุดข้อมูลสำหรับ AI (AI Datasets) ที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น
    • ระบบแชร์ไฟล์: บริการ BitTorrent (Tracker/Client) หรือเว็บไซต์ฝากไฟล์ (File Hosting) ที่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์
    • การซ่อนไฟล์: รวมไปถึงไฟล์ผิดกฎหมายที่พยายามหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยเปลี่ยนรูปแบบหรือรูปลักษณ์ หรือเข้ารหัส (Encrypt) ซ่อนเอาไว้
  • สื่อลามกอนาจารทุกรูปแบบ (Pornography & Obscene Media): ห้ามโฮสต์หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง, คลิปวิดีโอ, ภาพเคลื่อนไหว (GIF), แอนิเมชัน, หรือไฟล์เสียง รวมถึงสื่อลามกอนาจารเด็ก (Child Pornography), สื่อที่ล่วงละเมิดทางเพศ, การค้ามนุษย์, หรือเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและศีลธรรมอันดีทุกประเภท

3.4 การโจมตีระบบ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และผลกระทบต่อเครือข่าย

ผู้ให้บริการมีนโยบาย “ไม่อดทนต่อการกระทำผิด” ต่อพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานของระบบและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ห้ามผู้ใช้บริการใช้ Instance เป็นฐานในการโจมตี แทรกแซง หรือกระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์โดยเด็ดขาด ซึ่งรวมถึง

  • การโจมตีเครือข่าย การทำ DoS/DDoS (Denial of Service), การสร้างปริมาณการใช้งานเทียมเพื่อยิงเครือข่าย, การปลอมแปลง IP Address หรือ MAC Address
  • การเจาะระบบและการสแกน การเจาะระบบ, การสุ่มรหัสผ่าน, การดักจับข้อมูล, การสแกนหาช่องโหว่ หรือการสแกนพอร์ต ไม่ว่าจะกระทำไปเพื่อเจตนาร้าย หรืออ้างว่าเพื่อการศึกษา/การทดสอบความปลอดภัย ก็ตาม หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรและข้อรองรับทางกฏหมายจากปลายทาง ถือว่าผิดข้อตกลงทั้งสิ้น
  • การจัดเก็บ เผยแพร่ หรือรันโปรแกรมประสงค์ร้าย เช่น Malware, Trojan, Virus, Ransomware, Phishing Scripts, การใช้เครื่องเป็นส่วนหนึ่งของ Botnet หรือเพื่อเป็นการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุม (Command & Control Server) หรือ ทำการส่งต่อ/ส่งผ่าน traffic เพื่อใช้งานในการโจมตีทางไซเบอร์
  • กรณี Instance ของผู้ใช้บริการ ตกเป็น “เป้าหมาย” ของการถูกโจมตี จนส่งผลกระทบต่อความเสถียรของเครือข่ายส่วนรวม หรือแบนด์วิดท์ของระบบโดยรวม ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการระงับการเชื่อมต่อ หรือระงับการใช้งาน Instance นั้นชั่วคราวหรือถาวร เพื่อปกป้องผู้ใช้บริการรายอื่นในระบบ
    บทลงโทษและข้อยกเว้นความรับผิดชอบ
  1. หากระบบตรวจพบความผิดปกติที่เข้าข่ายข้อกำหนดข้างต้น ผู้ให้บริการจะทำการ “ปิดเครื่องชั่วคราว” โดยไม่ต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
  2. ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อปริมาณการใช้งานที่ออกจาก Instance ของตน 100% แม้ว่าผู้ใช้บริการจะอ้างว่า Instance ของตนถูกแฮ็กหรือติดไวรัสโดยไม่รู้ตัวก็ตาม ก็ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องการกู้คืนข้อมูล ขอเงินคืน หรือปฏิเสธความรับผิดชอบได้
  3. หากการกระทำดังกล่าวส่งผลให้ IP Address หรือโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการได้รับความเสียหาย (เช่น ถูก Blacklist จากต่างประเทศ หรือถูกผู้ให้บริการต้นทางปรับเงิน) ผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงทั้งหมด

3.5 นโยบายต่อต้านสแปม

  • ห้ามส่งอีเมลขยะ (SPAM Email), Mail Bomb, หรือการส่งอีเมลปริมาณมากโดยที่ผู้รับไม่ได้ยินยอม (Unsolicited Bulk Email) ไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม
  • หากการกระทำของผู้ใช้บริการส่งผลให้ IP Address ของผู้ให้บริการติดแบล็กลิสต์ (Blacklist เช่น Spamhaus, RBLs) หรือถูกผู้ให้บริการเครือข่ายอื่นบล็อก ผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าธรรมเนียมในการปลดบล็อก IP ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง

3.6 การทำลายฮาร์ดแวร์และการใช้ทรัพยากรผิดประเภท

  • ห้ามรันโปรแกรมขุดเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency Mining เช่น Bitcoin, Chia) หรือสคริปต์ใดๆ ที่จงใจเผาผลาญทรัพยากร CPU, RAM, หรือสร้างภาระการอ่าน/เขียนดิสก์ (I/O Disk) อย่างหนักหน่วงจนทำให้อายุการใช้งานของฮาร์ดแวร์ (SSD/NVMe) เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากตรวจพบจะถูกระงับบริการทันที
  • ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกบริการและจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด ต่อบุคคลที่พยายามละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย หรือพยายามเข้าถึงข้อมูลของเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือผู้ใช้บริการรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. นโยบายการใช้ทรัพยากร

ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า บริการ VPS เป็นการจำลองเซิร์ฟเวอร์เสมือน ซึ่งทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่ต้อง “แบ่งปันทรัพยากร” ร่วมกับผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ ในโหนด (Node) เดียวกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบโดยรวม ผู้ให้บริการจึงกำหนดขีดจำกัดและนโยบายการใช้งานดังนี้

4.1 นโยบายการใช้งานอย่างเป็นธรรม

  • แม้ระบบจะแสดงจำนวน Core ของ CPU หรือความเร็ว Disk ที่ผู้ใช้บริการได้รับ แต่ผู้ใช้บริการ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานทรัพยากรดังกล่าวถึงขีดสุด ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานผิดปกติ เช่นการนำไปใช้ชุดเหรียญ CryptoCurrency เป็นต้น เพราะจะไปดึงทรัพยากรจนทำให้เซิร์ฟเวอร์ของลูกค้ารายอื่นทำงานช้าลง

4.2 การละเมิดการอ่าน/เขียนข้อมูล

  • ห้ามรันโปรแกรมหรือฐานข้อมูลที่มีการอ่าน/เขียนดิสก์ สูงผิดปกติและติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของฮาร์ดแวร์เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด

4.3 สิทธิ์ในการจัดการทรัพยากรของผู้ให้บริการ

  • หากระบบตรวจพบว่า Instance ของผู้ใช้บริการมีการดึงทรัพยากร (CPU, RAM, Disk I/O, หรือ Network) หนักผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรายอื่น ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ขั้นเด็ดขาดในการ ควบคุมความเร็ว, จำกัดการใช้งาน , ระงับบริการชั่วคราว หรือยกเลิกบริการ ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ในกรณีที่ถูกระงับหรือยกเลิกบริการจากสาเหตุนี้ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถเรียกร้องขอเงินคืน หรือเรียกร้องค่าเสียหายทางธุรกิจใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

5. นโยบายการชำระเงิน การระงับ และการยกเลิกบริการ

5.1 ระบบการหักค่าบริการและการต่ออายุ

  • บริการนี้ใช้ระบบชำระเงินล่วงหน้าแบบเต็มจำนวนตามรอบบิล (เช่น รอบ 1 วัน หรือ 30 วัน) ระบบจะทำการหักเงินจากยอดเครดิตคงเหลือ (Account Balance) ทันทีที่สร้าง Instance และจะหักอัตโนมัติอีกครั้งเมื่อถึงกำหนดต่ออายุ
  • ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบและเติมเครดิตให้เพียงพอต่อการต่ออายุบริการ หากยอดเงินไม่เพียงพอ ระบบจะไม่สามารถต่ออายุได้ และจะเข้าสู่กระบวนการระงับบริการทันที

5.2 การระงับบริการ

  • หากไม่สามารถหักค่าบริการได้เมื่อครบกำหนดรอบบิล (เช่น เงินในระบบไม่พอ) ระบบจะทำการ ระงับการให้บริการ (Suspend) ทันที (Instance จะถูกปิดและไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้)
  • ระหว่างที่ถูกระงับ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถแก้ไข ดึงข้อมูล หรือเรียกร้องขอให้เปิดเครื่องชั่วคราวได้จนกว่าจะมีการเติมเงินและชำระค่าบริการที่ค้างอยู่จนครบถ้วน

5.3 การลบข้อมูลถาวร

  • หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสิ้น ภายใน 7 วัน (144 ชั่วโมง) นับจากเวลาที่ถูกระงับบริการ ระบบจะถือว่าผู้ใช้บริการสละสิทธิ์ใน Instance นั้น และระบบจะทำการ “ลบข้อมูลทั้งหมดทิ้งถาวร (Terminate)” ทันที เพื่อคืนทรัพยากรเข้าสู่ระบบกลาง
  • เมื่อข้อมูลถูก Terminate แล้ว จะไม่สามารถกู้คืนได้ในทุกกรณี ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียของข้อมูล หรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้บริการละเลยการชำระเงินตามกำหนด

5.4 นโยบายปฏิเสธการคืนเงิน

  • บริการ Cloud/VPS ไม่มีนโยบายการคืนเงิน (No Refunds) ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นยอดเงินเครดิตที่เติมเข้ามาในระบบแล้ว หรือค่าบริการที่ถูกหักไปแล้วสำหรับการสร้าง Instance
  • หากผู้ใช้บริการตัดสินใจลบ Instance ทิ้งก่อนครบกำหนดรอบบิล (เช่น ซื้อรอบ 30 วัน แต่กดลบทิ้งในวันที่ 5) ผู้ให้บริการจะไม่มีการคืนเครดิตส่วนต่างของวันเวลาที่เหลือให้
  • หากบัญชีถูกระงับหรือถูกยกเลิกเนื่องจากการกระทำผิดนโยบายนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ ข้อใดข้อหนึ่งผู้ให้บริการจะขอสงวนสิทธิ์ในการระงับยอดเงินคงเหลือ และอาจริบเงินดังกล่าวเพื่อชดเชยเป็นค่าปรับหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของท่านพื่อเป็นค่าปรับ และจะไม่มีการคืนเงินให้ในทุกกรณี

5.5 การฉ้อโกงและการดึงเงินคืน

  • หากผู้ใช้บริการทำการเปิดข้อพิพาทเพื่อดึงเงินคืน (Chargeback) ผ่านบัตรเครดิต, PayPal, หรือธนาคาร โดยไม่ติดต่อผ่านฝ่ายสนับสนุน (Support) ของผู้ให้บริการก่อน จะถือว่าเป็นการฉ้อโกง (Fraud) ผู้ให้บริการจะทำการระงับบัญชี ลบข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ทันที และขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ข้อมูลของผู้ใช้บริการเพื่อป้องกันการสมัครใหม่ในอนาคต

6. ข้อจำกัดความรับผิดชอบและการปกป้องข้อมูล

  • ผู้ให้บริการขอไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ความล่าช้า ความผิดพลาด การสูญเสียข้อมูล หรือความเสียหายใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ แต่จะรักษาเสถียรภาพโดยรวมของระบบให้สามารถใช้บริการได้ดีอยู่เสมอ
  • ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเป็นอย่างดีที่สุด และจะไม่มีการเปิดเผยต่อบุคคลใด ๆ ยกเว้น ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมาย ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
  • ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับการร้องเรียน หรือพบเหตุอันไม่ชอบมาพากล ผู้ให้บริการขอใช้สิทธิ์ในการระงับบริการชั่วคราวเพื่อทำการสอบสวนและตรวจสอบหาสาเหตุ

7. โครงสร้างพื้นฐานต้นทางและปัจจัยเครือข่ายภายนอก

ผู้ให้บริการทำหน้าที่บริหารจัดการระบบและให้บริการ Cloud/VPS ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center ต้นทาง ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า ผู้ให้บริการขอปฏิเสธความรับผิดชอบ และ จะไม่มีการชดเชยค่าเสียหาย หรือคืนเงินค่าบริการในทุกกรณี หากปัญหาการเข้าถึงหรือความล่าช้าของระบบ เกิดจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ดังต่อไปนี้

7.1 ข้อจำกัดจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานต้นทาง

  • กรณีที่เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคระดับโครงสร้างพื้นฐานจากผู้ให้บริการ Data Center ต้นทาง (เช่น ไฟฟ้าดับระดับ Data Center, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลัก/Network Core Switch ชำรุด, หรือการปิดปรับปรุงระบบฉุกเฉิน) ผู้ให้บริการจะประสานงานและติดตามการแก้ไขอย่างเต็มความสามารถ แต่จะไม่รับผิดชอบต่อมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจ หรือชดเชยค่าบริการใด ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

7.2 ปัญหาจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้บริการ

  • กรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ Instance ได้ หรือพบความล่าช้า สูง อันเนื่องมาจากปัญหาการจัดเส้นทาง, การจำกัดแบนด์วิดท์, หรือระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตฝั่งผู้ใช้บริการเองล่ม (เช่น AIS, True, 3BB, NT หรือเน็ตมือถือ)

7.3 โครงข่ายระหว่างประเทศและสายเคเบิลใต้น้ำ

  • ปัญหาความล่าช้า (High Ping) หรือการไม่สามารถเชื่อมต่อออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศได้ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดของช่องสัญญาณระหว่างประเทศ (International Bandwidth) ของ Data Center, การซ่อมบำรุงโครงข่ายหลัก, หรือเหตุสายเคเบิลใต้น้ำชำรุด (Submarine Cable Faults) ซึ่งเป็นปัจจัยระดับภูมิภาค

7.4 การถูกระงับสิทธิ์หรือบล็อก IP จากหน่วยงานภายนอก

  • กรณีที่เว็บไซต์ หรือ IP Address ของผู้ใช้บริการถูกบล็อกการเข้าถึงโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES), ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศ, หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อันเนื่องมาจากเนื้อหาหรือประเภทการใช้งานของผู้ใช้บริการเอง
  • กรณีที่ผู้ใช้บริการนำ Instance ไปใช้งานเพื่อเชื่อมต่อหรือทำ VPN ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของประเทศปลายทาง (เช่น Great Firewall ของประเทศจีน) และ IP Address ถูกแบนหรือบล็อกการเข้าถึงจากประเทศนั้น ๆ
  • หาก IP Address ของผู้ใช้บริการถูกบลอกจากการกระทำหรือการใช้งานของผู้ใช้บริการทางผู้ให้บริการจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการเอง 100% ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ ไม่อนุมัติการขอเปลี่ยน IP Address ให้ใหม่ฟรี และไม่มีการคืนเงินใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้ใช้บริการต้องการใช้งานต่อ จะต้องดำเนินการลบ Instance เดิมและชำระเงินสร้าง Instance ใหม่เท่านั้น

8. การยืนยันตัวตนและการป้องกันการทุจริต

เพื่อความปลอดภัยของระบบโดยรวมและป้องกันอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ผู้ให้บริการมีมาตรการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดและมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดดังนี้:

8.1 สิทธิ์ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน

  • หากระบบตรวจพบความผิดปกติในการสมัครบริการ, ธุรกรรมการชำระเงิน (เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ไม่ตรงกับชื่อบนบัตรเครดิต/บัญชีธนาคาร), หรือมีพฤติกรรมการใช้งานที่น่าสงสัยและเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการระงับบัญชีชั่วคราว เพื่อเรียกขอเอกสารยืนยันตัวตนทางราชการ (เช่น รูปถ่ายคู่กับบัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, หรือหนังสือรับรองบริษัท)

  • หากผู้ใช้บริการปฏิเสธ เพิกเฉย ไม่ส่งเอกสารภายในเวลาที่กำหนด หรือตรวจพบว่าใช้เอกสารปลอม/สวมรอยบุคคลอื่น ผู้ให้บริการจะทำการ ยกเลิกบริการ ลบข้อมูลถาวร และขอสงวนสิทธิ์ในการระงับยอดเงินคงเหลือ และอาจริบเงินดังกล่าวเพื่อชดเชยเป็นค่าปรับ Payment Gateway หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของท่านทันที โดยไม่มีการคืนเงินใด ๆ ทั้งสิ้น และอาจส่งมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป

8.2 นโยบายต่อต้านการดึงเงินคืน

  • ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การเติมเงินหรือชำระค่าบริการทุกรายการถือเป็นที่สิ้นสุด (Final) หากผู้ใช้บริการทำการแจ้งปฏิเสธการชำระเงิน หรือดึงเงินคืนผ่านธนาคารผู้ออกบัตร, ผู้ให้บริการ Payment Gateway, หรือช่องทางใดๆ (Chargeback / Dispute) โดยไม่ได้รับความยินยอมหรือไม่ได้แจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าผ่านระบบ Ticket/Support จะถือว่าการกระทำนั้น “เป็นการฉ้อโกง (Fraud) และผิดสัญญาอย่างร้ายแรง”

9. กฎหมายที่บังคับใช้และเขตอำนาจศาล

9.1 กฎหมายของประเทศไทย

  • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms of Service) ฉบับนี้ นโยบายอื่น ๆ ตลอดจนข้อพิพาทใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการ ให้ตีความ อยู่ภายใต้การบังคับใช้ และถูกควบคุมโดย กฎหมายของประเทศไทย (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา) อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าผู้ใช้บริการจะมีภูมิลำเนา, สัญชาติ, หรือเข้าใช้งานผ่านเครือข่ายจากประเทศใดก็ตาม

9.2 เขตอำนาจศาล

  • ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือการเรียกร้องใด ๆ ระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ที่ไม่อาจเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ คู่สัญญาตกลงและยินยอมให้ศาลในประเทศไทยเป็นศาลที่มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการพิจารณาชี้ขาดคดีความดังกล่าว

9.3 ความสมบูรณ์ของข้อสัญญา

  • หากมีข้อความ เงื่อนไข หรือบทบัญญัติใดในข้อตกลงฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้โดยคำสั่งศาล ให้ถือว่าข้อความหรือเงื่อนไขนั้นๆ ถูกแยกออกไป โดย ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์และการบังคับใช้ของเงื่อนไขส่วนอื่น ๆ ที่เหลือ ซึ่งจะยังคงมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ต่อไป

10. นโยบายการจัดการข้อมูล

ผู้ใช้บริการรับทราบและยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้งว่า ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ภายใน Instance ถือเป็นทรัพย์สินและความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว 100% ผู้ให้บริการขอกำหนดนโยบายและขีดจำกัดของการจัดการข้อมูลดังต่อไปนี้:

10.1 ไม่มีการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติและระบบย้อนกลับ

  • บริการ Cloud/VPS ของผู้ให้บริการ เป็นการส่งมอบสิทธิ์การเข้าถึงระดับระบบปฏิบัติการ (OS-level) โดย ไม่มี ฟังก์ชันการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Autosave) และ ไม่มี ระบบย้อนกลับคำสั่ง (Undo) ใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้ใช้บริการดำเนินการลบไฟล์ (เช่น เผลอใช้คำสั่งลบผิดพลาด), พิมพ์คำสั่งทับซ้อน, หรือฟอร์แมตระบบผิดพลาด ข้อมูลนั้นจะถูกลบถาวร สูญหายทันที และไม่สามารถเรียกคืนได้จากสถานะก่อนหน้าไม่ว่ากรณีใด ๆ

10.2 นโยบายการไม่สำรองข้อมูล

  • บริการของ SUNDAE VPS “ไม่มีการให้บริการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (No Auto Backup)” และ “ไม่มีระบบ Snapshot” ใด ๆ เผื่อไว้ให้แก่ผู้ใช้บริการ ค่าบริการที่ผู้ใช้บริการได้ชำระ เป็นเพียงค่าเช่าพื้นที่และทรัพยากรประมวลผล (Compute Resources) เพื่อใช้งานเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น ไม่ได้รวมบริการสำรองข้อมูล และไม่ได้เป็นการรับประกันความปลอดภัยจากการสูญหายของข้อมูล

10.3 หน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการสำรองข้อมูลของผู้ใช้บริการ

  • เนื่องจากผู้ให้บริการไม่มีระบบสำรองข้อมูลให้ ผู้ใช้บริการจึงตกลงและยอมรับว่า ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องสำรองข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง (Manual Backup) แบบ 100% และต้องคอยดาวน์โหลดข้อมูลสำรองออกไปจัดเก็บไว้ยังพื้นที่เก็บข้อมูลภายนอก (Off-site Backup / Local Storage ของผู้ใช้บริการเอง) อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการ หรือปรับแต่งแก้ไขสคริปต์/ซอร์สโค้ดที่มีความเสี่ยง

10.4 ข้อยกเว้นความรับผิดชอบขั้นเด็ดขาดต่อความสูญเสีย

ในกรณีที่ข้อมูลภายใน Instance เกิดการสูญหาย เสียหาย หรือถูกทำลาย ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • ความผิดพลาดจากการลบข้อมูลหรือตั้งค่าผิดพลาดของผู้ใช้บริการเอง
  • การถูกเจาะระบบ (Hack), ถูกโจมตีทางไซเบอร์, มัลแวร์, หรือแรนซัมแวร์ (Ransomware)
  • ความล้มเหลวของซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการ
  • เหตุขัดข้องทางฮาร์ดแวร์ของผู้ให้บริการ (เช่น ฮาร์ดดิสก์/SSD/NVMe ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือพังเสียหายกะทันหัน) หรือเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) อื่น ๆ

ผู้ให้บริการขอปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด และจะไม่มีการชดเชยค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ใช้บริการตกลงที่จะไม่นำมูลค่าของข้อมูลที่สูญหาย (เช่น ฐานข้อมูลลูกค้า, รายได้หรือโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไป, มูลค่าของตัวโค้ดและสคริปต์, ค่าจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์, หรือความเสียหายต่อเนื่องอื่น ๆ) มาเป็นเหตุผลในการฟ้องร้อง เรียกร้องค่าทดแทนชดเชย หรือขอคืนเงินค่าบริการจากผู้ให้บริการได้ในทุกกรณี